ราชมงคล นามพระราชทาน

           เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ เป็นจุดเริ่มของการก่อกำเนิด "วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา" ซึ่งตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสถาบันการศึกษาแห่งนี้ ได้ระบุวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาชีพ จัดการศึกษาในระดับปริญญาตรีและต่ำกว่าปริญญาตรี ทำการวิจัยและให้บริการวิชาการ จากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาส่งผลให้ จากเดิมซึ่งมีวิทยาเขตอยู่ทั่วประเทศ ๒๘ วิทยาเขต ขยายเพิ่มเป็น ๓๕ วิทยาเขต ในระยะเวลาต่อมาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน ในช่วงการพัฒนาที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สำคัญที่ต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ ของสถาบันการศึกษาแห่งนี้ กล่าวคือ ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ และด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระเมตตาต่อวิทยาลัยฯ โดยการเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาด้วยพระองค์เองทุกครั้ง สภาวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาในขณะนั้น จึงพิจารณาเห็นสมควรขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตขอพระราชทานชื่อวิทยาลัยฯ ตามแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ จุดกำเนิดของความเป็น "ราชมงคล : นามพระราชทาน" จึงเกิดขึ้น ด้วยมีหนังสือแจ้งจากสำนักราชเลขาธิการที่ รล ๐๐๓/๑๖๙๔๒ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๑ แจ้งว่า ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล" กับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เขียนชื่อว่าสถาบันที่ได้รับพระราชทานนี้ เป็นภาษาอังกฤษว่า "Rajamangala Institute of Technology" ในเวลาต่อมา

           จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา สู่นามพระราชทาน "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล" ซึ่งได้กำหนดให้ วันที่ ๑๕ กันยายนของทุกปี เป็นวัน "ราชมงคล" และจากนั้นจนถึงปี ๒๕๔๘ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลก็ได้รับการสถาปนาเป็น "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล" รวม ๙ แห่ง โดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พุทธศักราช ๒๕๔๘ 
           ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ได้ทรงลงประปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติดังกล่าว และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิก็เป็นหนึ่งในเก้ามหาวิทยาลัยนั้น ชาวราชมงคลสุวรรณภูมิทุกคนต่างรู้สึกปีติยินดีที่ได้มีโอกาสอาศัยพึ่งพระบรมโพธิสมภารด้วยความเป็นมงคลตลอดมา จึงขอเทิดนามพระราชทานนี้ไว้เหนือกระหม่อมด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และจักธำรงรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติยศ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อเพิ่มพูนพระบารมี สนองงานต่างพระเนตรพระกรรณ ด้านการอุดมศึกษา สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ผู้สถิตอยู่ในดวงใจของชาวราชมงคลสุวรรณภูมิและชาวไทยทุกคน

..ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...







139 ครั้ง